Review
Atomic Blonde บลอนด์ สวยกระจุย

จะว่าไปแล้ว Atomic Blonde เป็นหนังที่มีความขัดแย้งอยู่ในตัวเองค่อนข้างสูง แต่ความขัดแย้งนั้นไม่ได้เกิดจากเนื้อหาของหนังหากอยู่ที่แนวทางของหนังเอง ภาพจากหน้าหนังที่เห็น Atomic Blonde น่าจะเป็นหนังแอ๊คชั่นที่ดูโฉ่งฉ่างเรื่องหนึ่ง แต่เอาเข้าจริงแล้วเนื้อในของหนังกลับมีความซับซ้อนยอกย้อนอยู่พอควร เพราะนี่คือหนังเกี่ยวกับสายลับในช่วงปลายทศวรรษ 80
ด้วยเหตุการณ์หลักของสภาพการเมืองระดับประเทศในทศวรรษ 80 ที่ยังเป็นยุคสงครามเย็น หนังสายลับที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในยุคนั้นจึงค่อนข้างจะลุ่มลึกดำเนินเรื่องด้วยการชิงไหวชิงพริบมากกว่าจะห้ำหั่นกันซึ่งหน้า การที่ Atomic Blonde ใช้ฉากหลังในยุคนั้นหนังจึงยังมีอารมณ์ของหนังสายลับยุค 80 อยู่มาก นั่นคือการไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน ทุกอย่างในเรื่องพร้อมจะพลิกผันไปได้ตลอดเวลา และ Atomic Blonde ก็มีอารมณ์นั้นอยู่เกือบตลอดเรื่อง
 
แม้เนื้อหาจะดูเคร่งเครียดและซับซ้อนพอประมาณแต่ในส่วนของแอ๊คชั่น Atomic Blonde กลับจัดเต็ม ดุเดือด เข้มข้นตามแบบหนังแอ๊คชั่นยุคนี้ แม้ว่าสัดส่วนของฉากแอ๊คชั่นขนาดใหญ่ในหนังจะไม่ได้มีอยู่มากนักแต่ฉากแอ๊คชั่นแบบลองเทคในช่วงท้ายเรื่องก็สะกดคนดูอยู่หมัด ตลอดเวลาร่วมสิบนาทีของฉากแอ๊คชั่นที่ดูนอกจากจะทำให้คนดูได้ลุ้นไปอย่างสุดตัวแล้ว ความเป็นลองเทคโดยไม่ตัดภาพนั้นก็ทำให้คนดูอึดอัดขึ้นมาได้และแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่ออารมณ์ร่วมของหนัง ที่สำคัญคือความสุดขีดของฉากแอ๊คชั่นลองเทคนี้ทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่ตามมาภายหลังดูจืดลงไปสนิทเช่นกัน
แม้อาจจะดูไม่เข้ากันอยู่บ้างระหว่างการเป็นหนังสายลับที่เนื้อเรื่องยอกย้อนกับส่วนของแอ๊คชั่นที่ดุเดือด แต่โดยภาพรวมของหนัง Atomic Blonde ยังค่อนข้างลงตัวเพราะหนังเลือกที่จะนำเสนอในส่วนของตัวเองได้อย่างดีที่สุดโดยไม่นำมาปะปนกัน คนที่ชอบหนังสายลับยุค 80 ก็ยังได้ความสนุกในแบบของเขา เช่นเดียวกับกับคอหนังแอ๊คชั่นที่นิยมความเร้าใจก็ยังคงได้อรรถรสในแบบที่เขาต้องการ และนั่นย่อมเป็นการลงตัวที่พอดิบพอดี


© 2017 FILMMAKER · Designed by Press Customizr · Powered by SIMANDSON